หลายๆคนคงรู้กันแล้วนะครับว่า iPhone 3GS นั้น มีอะไรดีขึ้นจาก iPhone 3G บ้าง แต่ก็มีหลายคนเช่นกันที่ยังไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว cpu ที่ฝังอยู่ภายใน iPhone 3G และ iPhone 3GS นั้น มีประสิทธิภาพต่างกันแค่ไหน วันนี้ PhoneAxis.com จึงขอนำวีดีโอเปรียบเทียบการทำงานมาให้ดูครับ^^

 iPhone 3G VS iPhone 3GS Specification:

 http://phoneaxis.com/comparephone.php?id1=322&id2=324

::

PhoneAxis.com

โทรศัพท์มือถืออาจถือว่าเป็นเครื่องอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าที่เล็กที่สุดที่คนแทบทุกคนมีพกติดตัวไว้เสมอนะครับ ซึ่งก็ไม่แปลกเลยที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเจ้าโทรศัพท์มือถือขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ทั้งการสูญหาย กระแทก เปรอะเปื้อน ตกหล่น หรือ ตกน้ำ ครับ ซึ่งนอกจากสูญหายแล้ว การทำโทรศัพท์มือถือตกน้ำนับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อาจทำให้มือถือเจ้าเคราะห์นั้นไปไม่กลับหลับไม่ตื่นเลยทีเดียวนะครับ วันนี้ทาง PhoneAxis.com จึงนำขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเพื่อนๆทำมือถือตกน้ำมาให้อ่านกันนะครับ ^^

  1. รีบนำขึ้นมาจากน้ำให้เร็วที่สุด ความแตกต่างในหน่วยวินาทีอาจเป็นการตัดสินโทรศัพท์เครื่องนั้นว่าจะสามารถใช้งานได้ต่อไปหรือไม่
  2. เปิดฝาหลังและถอดแบตเตอรี่ออกทันทโดยไม่ต้องกดปิดเครื่อก่อนเนื่องจากการปิดเครื่องอาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรภายในที่กำลังเปียกชื้นอยู่
  3. เช็ดแบตเตอรี่ให้แห้งสนิท แบตเตอรี่อาจจะใช้งานได้หรือไม่ได้แล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยควรจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีภายในแบตเตอรี่
  4. เช็ดตัวมือถือให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใช้ไดร์เป่าผมช่วยทำให้ด้านในของมือถือแห้ง
  5. ถอดชิ้นส่วนตัวเครื่องออกมาเป็นชิ้นๆหากสามารถทำได้ และเช็ดแผงวงจรให้แห้ง
  6. หากเป็นมือถือแบบสไลด์ ให้สไลด์เปิดทิ้งไว้เพื่อให้น้ำที่อยู่ภายในระเหยออกได้ง่ายขึ้น
  7. หากทำโทรศัพท์มือถือตกน้ำที่ไม่สะอาดหรือไม่ใช่น้ำจืด ให้ทำการล้างออกด้วยน้ำเปล่าหรือแอลกอฮอลอีกทีหนึ่งหลังจากทำการถอดแบตเตอรี่ออกแล้วเพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมหรือผลึกแร่ธาตุต่างๆที่อาจทำความเสียหายต่อแผงวงจรได้ (แอลกอฮอลมีส่วนช่วยในการทำให้น้ำระเหยออกเร็วขึ้น)
  8. เมื่อทำความสะอาดมือถือเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วันในที่แห้งเพื่อให้น้ำที่ขังอยู่ใสส่วนที่มองไม่เห็นหรือไม่สามารถเช็ดออกได้ระเหยออกไป ความชื้นเพียงน้อยนิดอาจทำให้วงจรภายในเกิดการลัดวงจรและเสียหายได้
  9. ลองใส่แบตเตอรี่ ภาวนา และเปิดเครื่องอีกครั้ง
  10. หากประกันของมือถือไม่ได้ครอบคลุมถึงการตกน้ำด้วย มือถือเครื่องนั้นจะไม่สามารถส่งไปซ่อมในสภามีประกันได้เนื่องจากโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่จะมีสติ๊กเกอร์ตรวจจับความชื้นอยู่ภายในซึ่งช่างเทคนิคสามารถบอกได้ทันทีว่ามือถือเครื่องนี้ตกน้ำมาหรือไม่
  11. มีคนหลายคนเล่าต่อกันมาเกี่ยวกับการทำมือถือตกน้ำ ซึ่งไม่สามารถใช้งานได้หลังจากทิ้งไว้ 2-3 วันแล้วเปิดเครื่องขึ้นมา แต่เมื่อทิ้งไว้นานมากๆ (2-3 เดือน) แล้วกลับมาเปิดดูอีกที พบว่ามือถือกลับมาใช้งานได้ตามปกติเหมือนเก่า
เท่านี้เพื่อนๆก็คงพอจะรู้วิธีการการปฏิบัติเพื่อให้มือถือตัวเองมีสิทธิ์ที่จะกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมมากที่สุดแล้วนะครับ แต่ PhoneAxis.com ขอบอกไว้ก่อนว่าวิธีข้างต้นไม่ได้ผลเสมอไปนะครับ และสิ่งที่ดีที่สุดคือการระวังไม่ให้มันเกิดขึ้นนั่นเอง ^___^
  1. หากผู้ขายอ้างว่ามือถือยังไม่หมดประกันใช้ตรวจเช็คหมายเลขเครื่อง (IMEI) และใบประกัน (โดยส่วนใหญ่จะอยู่ด้านหลังของตัวเครื่อง) ว่าตรงกับที่ได้กล่าวอ้างไว้หรือไม่ (สามารถตรวจเช็คกับศูนย์บริการหรือออนไลน์ได้)
  2. ตรวจสอบอายุจริงๆของมือถือจากตัวกล่องหรือใบเสร็จรับเงินการซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้น
  3. ตรวจดูตัวเครื่องภายนอกให้รอบคอว่ามีรอยขีดข่วน รอยถลอกหรือบุบหรือไม่ โทรศัพท์มือถือที่มีอายุการใช้งานยาวนานมักจะมีรอยสีถลอกหรือรอยด่างอยู่ตรงขอบของตัวเครื่อง
  4. ตรวจสอบปุ่มกดดูว่ามีรอยด่างหรือกดยากหรือไม่ โทรศัพท์มือถือที่ผ่านการใช้งานมามากๆมักจะมีรอยบุ๋มหรือรอยด่างเกิดขึ้นจากการถูกกดบ่อย หากเป็นโทรศัพท์มือถือแบบจอสัมผัสให้ตรวจที่ใส่ปากกาสัมผัสว่ามีรอยด่างหรือรอยถลอกหรือไม่ ลองทบทวนดูอีกทีว่ามือถือสภาพนี้คุ้มค่ากับราคาที่เราจะซื้อหรือไม่
  5. ทดสอบการโทรเข้าและรับสายทั้งแบบใช้ถือคุยปกติ, ใช้ Handsfree ผ่านลำโพงในตัว และ ใช้ Headset หูฟัง (ทดสอบดูเสียงการได้ยินของทั้ง 2 เครื่องคู่สาย)
  6. ทดสอบลำโพงเสียงเรียกเข้าและลองปรับเสียงขึ้นและลงดูว่าทั้งปุ่มกดและลำโพงใช้งานได้ดีหรือไม่
  7. ทดสอบโทนสีของหน้าจอว่าผิดปกติหรือไม่รวมถึง Dead Pixelซึ่งจะปรากฏเป็นจุดดำๆบนหน้าจอ (จุดอาจเล็กมากและสังเกตุเห็นยาก)
  8. หากเป็นมือถือระบบสมผัส ลองใช้ระบบสัมผัสให้ครบทุกที่บนหน้าจอว่ายังใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่ (โดยเฉพาะ iPhone ซึ่งหน้าจอสัมผัสเสียหายค่อนข้างง่าย)
  9. ลองชาร์จไฟดูว่าแบตเตอรี่หรือที่ชาร์จไฟมีปัญหาหรือไม่
  10. ลองเข้าสู่เมนูหลักและเล่นดูว่าใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ปิดและเปิดเครื่องสองถึงสามครั้งเพื่อทดสอบการ Startup ของมือถือ
  11. ถอดแบตเตอรี่ออก รอ 2-3 นาทีก่อนใส่กลับเข้าไปเพื่อทดสอบคุณภาพและความสามารถในการเก็บประจุของแบตเตอรี่
  12. สอบถามผู้ขายถึงเหตุผลที่ต้องการขายมือถือเครื่องนี้ และถามตรงๆว่าเครื่องนี้เคยมีปัญหาหรือไม่
  13. การตรวจสอบว่าตัวเครื่องถูกทำสีมาใหม่เพื่อกลบรอยต่างๆหรือไม่ ทำได้ด้วยการตรงสอบมุมเล็กๆต่างๆรอบๆตัวเครื่องเช่นมุมหน้าจอ มุมร่องไมค์โครโฟและลำโพงว่ามีรอยการพ่นสีหรือไม่
  14. หากตัวเครื่องสากและหยาบ ลองเอาเล็บขูดดูว่ามีสีติดมากับเล็บหรือไม่ หากมีสีติดมาแสดงว่าเครื่องนั้นถูกพ่นสีใหม่มา
  15. ถอดฝาหลังออกและตรวจสอบดูภายในว่ามีรอยและดูเก่าหรือไม่ โดยเฉพาะในซอกเล็กๆที่ทำความสะอาดไม่ถึง
  16. ลองโทรศัพท์ดูว่าใช้งานได้เหมือนปกติหรือหรือไม่ คอยสังเกตุดูแถบสัญญาณมือถือว่ามีการดับหายไปบ้างหรือไม่
  17. ลองเข่ยาตัวเครื่องและขยับไปมาดูว่ามีชิ้นส่วนใดหลวมหรือไม่
  18. หากโทรศัพท์มือถือมีฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อเสริมอื่นๆเช่น Bluetooth, wif, gps, อินฟราเรด ให้ลองใช้งานทุกฟังก์ชั่นให้ครบเนื่องจากแต่ละฟังก์ชั่นมักมีชิปแยกกันในตัวเครื่องและอาจเสียหายได้
ด้วยความปรารถนาดีจาก PhoneAxis.com ครับ ^^
::
PhoneAxis.com