โทรศัพท์มือถืออาจถือว่าเป็นเครื่องอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าที่เล็กที่สุดที่คนแทบทุกคนมีพกติดตัวไว้เสมอนะครับ ซึ่งก็ไม่แปลกเลยที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเจ้าโทรศัพท์มือถือขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ทั้งการสูญหาย กระแทก เปรอะเปื้อน ตกหล่น หรือ ตกน้ำ ครับ ซึ่งนอกจากสูญหายแล้ว การทำโทรศัพท์มือถือตกน้ำนับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อาจทำให้มือถือเจ้าเคราะห์นั้นไปไม่กลับหลับไม่ตื่นเลยทีเดียวนะครับ วันนี้ทาง PhoneAxis.com จึงนำขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเพื่อนๆทำมือถือตกน้ำมาให้อ่านกันนะครับ ^^

  1. รีบนำขึ้นมาจากน้ำให้เร็วที่สุด ความแตกต่างในหน่วยวินาทีอาจเป็นการตัดสินโทรศัพท์เครื่องนั้นว่าจะสามารถใช้งานได้ต่อไปหรือไม่
  2. เปิดฝาหลังและถอดแบตเตอรี่ออกทันทโดยไม่ต้องกดปิดเครื่อก่อนเนื่องจากการปิดเครื่องอาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรภายในที่กำลังเปียกชื้นอยู่
  3. เช็ดแบตเตอรี่ให้แห้งสนิท แบตเตอรี่อาจจะใช้งานได้หรือไม่ได้แล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยควรจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารเคมีภายในแบตเตอรี่
  4. เช็ดตัวมือถือให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใช้ไดร์เป่าผมช่วยทำให้ด้านในของมือถือแห้ง
  5. ถอดชิ้นส่วนตัวเครื่องออกมาเป็นชิ้นๆหากสามารถทำได้ และเช็ดแผงวงจรให้แห้ง
  6. หากเป็นมือถือแบบสไลด์ ให้สไลด์เปิดทิ้งไว้เพื่อให้น้ำที่อยู่ภายในระเหยออกได้ง่ายขึ้น
  7. หากทำโทรศัพท์มือถือตกน้ำที่ไม่สะอาดหรือไม่ใช่น้ำจืด ให้ทำการล้างออกด้วยน้ำเปล่าหรือแอลกอฮอลอีกทีหนึ่งหลังจากทำการถอดแบตเตอรี่ออกแล้วเพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมหรือผลึกแร่ธาตุต่างๆที่อาจทำความเสียหายต่อแผงวงจรได้ (แอลกอฮอลมีส่วนช่วยในการทำให้น้ำระเหยออกเร็วขึ้น)
  8. เมื่อทำความสะอาดมือถือเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วันในที่แห้งเพื่อให้น้ำที่ขังอยู่ใสส่วนที่มองไม่เห็นหรือไม่สามารถเช็ดออกได้ระเหยออกไป ความชื้นเพียงน้อยนิดอาจทำให้วงจรภายในเกิดการลัดวงจรและเสียหายได้
  9. ลองใส่แบตเตอรี่ ภาวนา และเปิดเครื่องอีกครั้ง
  10. หากประกันของมือถือไม่ได้ครอบคลุมถึงการตกน้ำด้วย มือถือเครื่องนั้นจะไม่สามารถส่งไปซ่อมในสภามีประกันได้เนื่องจากโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่จะมีสติ๊กเกอร์ตรวจจับความชื้นอยู่ภายในซึ่งช่างเทคนิคสามารถบอกได้ทันทีว่ามือถือเครื่องนี้ตกน้ำมาหรือไม่
  11. มีคนหลายคนเล่าต่อกันมาเกี่ยวกับการทำมือถือตกน้ำ ซึ่งไม่สามารถใช้งานได้หลังจากทิ้งไว้ 2-3 วันแล้วเปิดเครื่องขึ้นมา แต่เมื่อทิ้งไว้นานมากๆ (2-3 เดือน) แล้วกลับมาเปิดดูอีกที พบว่ามือถือกลับมาใช้งานได้ตามปกติเหมือนเก่า
เท่านี้เพื่อนๆก็คงพอจะรู้วิธีการการปฏิบัติเพื่อให้มือถือตัวเองมีสิทธิ์ที่จะกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมมากที่สุดแล้วนะครับ แต่ PhoneAxis.com ขอบอกไว้ก่อนว่าวิธีข้างต้นไม่ได้ผลเสมอไปนะครับ และสิ่งที่ดีที่สุดคือการระวังไม่ให้มันเกิดขึ้นนั่นเอง ^___^

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณค่ะ

#4 By (183.89.243.100) on 2010-10-06 17:43

...

#3 By (125.27.223.225) on 2010-09-25 13:56

#2 By (180.183.118.10) on 2010-04-06 15:21

ขอบคุณนะคะbig smile

#1 By โฟน (118.172.25.113) on 2010-01-01 12:33